45-39 ผิวกายพระผู้มีพระภาคผ่องใสยิ่งใน ๒ กาล



ภายในบริเวณวังเจ้าลิจฉวี

ครั้งนั้น เมื่อปุกกุสมัลลบุตรหลีกไปแล้วไม่นาน ท่านพระอานนท์ได้น้อมคู่ผ้าเนื้อละเอียดมีสีดังทองสิงคี ซึ่งเป็นผ้าทรงนั้น เข้าไปสู่พระกายของพระผู้มีพระภาค ผ้าที่ท่านพระอานนท์น้อมเข้าไปสู่พระกายของพระผู้มีพระภาคนั้น ปรากฏดังถ่านไฟที่ปราศจากเปลว ฉะนั้น

ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ เหตุไม่เคยมีมามีแล้ว พระฉวีวรรณของพระตถาคตบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งนัก คู่ผ้าเนื้อละเอียด มีสีดังทองสิงคีซึ่งเป็นผ้าทรงนี้ ข้าพระองค์น้อมเข้าไปสู่พระกายของพระผู้มีพระภาค ย่อมปรากฏดังถ่านไฟที่ปราศจากเปลว”

“ข้อนี้เป็นอย่างนั้น อานนท์ ในกาลทั้งสอง กายของตถาคตย่อมบริสุทธิ์ ฉวีวรรณผุดผ่องยิ่งนัก

ในกาลทั้งสองเป็นไฉน คือ

ในราตรีที่ตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ๑
ในราตรีที่ตถาคตปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ๑

ในกาลทั้งสองนี้แล กายของตถาคตย่อมบริสุทธิ์ ฉวีวรรณผุดผ่องยิ่งนัก


ดูกรอานนท์ ในปัจฉิมยามแห่งราตรีวันนี้แล ความปรินิพพานของตถาคตจักมีในระหว่างไม้สาละทั้งคู่ ในสาลวันอันเป็นที่แวะพักของมัลลกษัตริย์ทั้งหลาย ในเมืองกุสินารา

มา มาไปกันเถิด อานนท์ เราจักไปยังแม่น้ำกกุธานที"

ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว

ปุกกุสะนำผ้าเนื้อละเอียดมีสีดังทองสิงคีเข้าไปถวายพระศาสดา ทรงครองคู่ผ้านั้นแล้ว มีพระวรรณดังทอง งดงามแล้ว

 

 

อ้างอิง : มหาปรินิพพานสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๐ ข้อที่ ๑๒๒-๑๒๓ หน้า ๑๐๙-๑๑๐