พุทธธรรมเปลี่ยนโลก

มรณัสสติสูตรที่ ๑ – ผู้ไม่ประมาทในการเจริญมรณัสสติ



สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทสร้างด้วยอิฐใกล้บ้านนาทิกคาม ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย”

ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย มรณัสสติอันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายย่อมเจริญมรณัสสติหรือ”

 


เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสถามอย่างนี้ ภิกษุรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ”

“ดูกรภิกษุ ก็เธอเจริญมรณัสสติอย่างไร”

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า

โอหนอ...
เราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดคืนหนึ่งวันหนึ่ง
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล”

ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ”

ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร”

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า

โอหนอ...
เราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดวันหนึ่ง
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล”

ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ”

ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร”

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า

โอหนอ...
เราพึงเป็นอยู่ชั่วขณะที่ฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล”

ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ”

ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร”

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า

โอหนอ...
เราพึงเป็นอยู่ชั่วขณะที่เคี้ยวคำข้าวสี่คำกลืนกิน
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติ อย่างนี้แล”

ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ”

ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร”

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า

โอหนอ…
เราพึงเป็นอยู่ชั่วขณะที่เคี้ยวข้าวคำหนึ่งกลืนกิน
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล”

ภิกษุอีกรูปหนึ่งได้กราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้ข้าพระองค์ก็เจริญมรณัสสติ”

ดูกรภิกษุ ก็เธอย่อมเจริญมรณัสสติอย่างไร”

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์คิดอย่างนี้ว่า

โอหนอ...
เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะ...
ที่หายใจเข้าแล้วหายใจออก...
หรือหายใจออกแล้วหายใจเข้า

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เจริญมรณัสสติอย่างนี้แล”


เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

ผู้ประมาทในการเจริญมรณัสสติ

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย

ก็ภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า

โอหนอ…
เราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดคืนหนึ่งวันหนึ่ง
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ก็ภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า

โอหนอ…
เราพึงเป็นอยู่ได้ตลอดวันหนึ่ง
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค   
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ก็ภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า

โอหนอ…
เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่ฉันบิณฑบาตมื้อหนึ่ง
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

และภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า

โอหนอ...
เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่เคี้ยวคำข้าวสี่คำกลืนกิน
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค  
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านี้เรากล่าวว่า เป็นผู้ประมาท เจริญมรณัสสติเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายช้า


ผู้ไม่ประมาทในการเจริญมรณัสสติ

ส่วนภิกษุใด ย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า

โอหนอ…
เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะที่เคี้ยวข้าวคำหนึ่งกลืนกิน
เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

และภิกษุใดย่อมเจริญมรณัสสติอย่างนี้ว่า

โอหนอ…
เราพึงเป็นอยู่ได้ชั่วขณะ...
ที่หายใจเข้าแล้วหายใจออก
หรือหายใจออกแล้วหายใจเข้า

เราพึงมนสิการคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาค
เราพึงกระทำกิจให้มากหนอ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้ เรากล่าวว่า เป็นผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญมรณัสสติ เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายแรงกล้า


ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละ
เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า
เราทั้งหลายจักเป็นผู้ไม่ประมาท

จักเจริญมรณัสสติ
เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลายอย่างแรงกล้า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล

 

 

อ้างอิง : มรณัสสติ สูตรที่ ๑ พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๒๙๐ หน้า ๒๗๙-๑๘๑