2-06 พระเจ้าพิมพิสารส่งบรรณาการถวายพระเจ้าปุกกุสาติ

ครั้นเมื่อพระเจ้าพิมพิสารเสวยราชสมบัติในพระนครราชคฤห์ในมัชฌิมประเทศ พระเจ้าปุกกุสาติเสวยราชสมบัติในพระนครตักกศิลา ในปัจจันตประเทศ ครั้งนั้น พ่อค้าทั้งหลายต่างก็เอาสินค้าจากพระนครตักกศิลามาสู่พระนครราชคฤห์ นำบรรณาการไปถวายแด่พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารตรัสถามพ่อค้าเหล่านั้น ผู้ยืนถวายบังคมว่า

2-07 ทรงแสดงธาตุวิภังคสูตรแก่พระเจ้าปุกกุสาติ

พระผู้มีพระภาคเสด็จเข้าไปหานายช่างหม้อชื่อภัคควะยังที่อยู่ แล้วตรัสว่า “ดูกรนายภัคควะ ถ้าไม่เป็นความหนักใจแก่ท่าน เราจะขอพักอยู่ในโรงสักคืนหนึ่งเถิด” นายภัคควะทูลว่า “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าไม่มีความหนักใจเลย แต่ในโรงนี้มีบรรพชิตเข้าไปอยู่ก่อนแล้ว ถ้าบรรพชิตนั้นอนุญาต ก็นิมนต์ท่านพักตามสบายเถิด” ภายในบริเวณวิหารเชตวัน

4-32 มหาสมัยสูตร เป็นที่รักที่ชอบใจของพวกเทวดา

ก็มหาสมัยสูตรนี้ เป็นที่รักที่ชอบใจของพวกเทวดา มีเรื่องเล่าว่า ที่วัดโกฏิบรรพต มีเทพธิดาองค์หนึ่งอยู่ที่ต้นกากทิง ใกล้ประตูถ้ำกากทิง ภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งท่องพระสูตรนี้ภายในถ้ำ เทพธิดาได้ฟัง ในเวลาจบพระสูตร ก็ได้ให้สาธุการด้วยเสียงอันดัง ภิกษุหนุ่มถามว่า ภายในนครกบิลพัสดุ์

5-05 บุพกรรมของท้าวสักกะ

ในอดีตกาล มาณพชื่อว่า มฆะ ในอจลคามในแคว้นมคธ ไปสู่สถานที่ทำงานในบ้าน คุ้ยฝุ่นด้วยปลายเท้าในที่ที่ตนยืนแล้ว ได้ทำให้เป็นรมณียสถานแล้วพักอยู่ อีกคนหนึ่งเอาแขนผลักเขา นำเขาออกจากที่นั้น แล้วพักอยู่ในที่นั้นเสียเอง ถ้ำอินทสาละ นครราชคฤห์

5-06 สงครามของเทวดากับอสูร

ในกาลนั้น พวกอสูรอยู่ในภพดาวดึงส์ อสูรเหล่านั้น คิดว่า “เทพบุตรใหม่ ๆ เกิดแล้ว” จึงเตรียมน้ำทิพย์ ท้าวสักกะได้ทรงนัดหมายแก่บริษัทของพระองค์ เพื่อประสงค์มิให้ใคร ๆ ดื่ม พวกอสูรดื่มน้ำทิพย์เมาทั่วกันแล้ว ท้าวสักกะทรงดำริว่า ภาพถ่ายทางอากาศ สวนเวฬุวัน นครราชคฤห์

5-07 บุพกรรมของเมณฑกเศรษฐี

ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี เมณฑกเศรษฐีเป็นหลานของกุฎุมพีชื่ออวโรชะ ได้มีชื่อว่าอวโรชะ ซึ่งมีชื่อพ้องกับลุง ครั้งนั้น ลุงของเขาปรารภเพื่อจะสร้างพระคันธกุฎีเพื่อพระศาสดา เขาไปสู่เรือนของลุงแล้วกล่าวว่า “ลุง เราทั้งสองควรสร้างพระคันธกุฎีร่วมกัน” ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี เมณฑกเศรษฐีเป็นหลานของกุฎุมพีชื่ออวโรชะ

5-08 เมณฑกเศรษฐีบรรลุโสดาบัน

พระศาสดาเมื่อเสด็จเที่ยวจาริกไปในอังคุตตราปถชนบททั้งหลาย ทรงเห็นอุปนิสัยโสดาปัตติผลของคนเหล่านี้ คือ เมณฑกเศรษฐี ๑ ภรรยาของเศรษฐีชื่อว่า นางจันทปทุมา ๑ บุตรชื่อ ธนัญชัยเศรษฐี ๑ หญิงสะใภ้ชื่อนางสุมนเทวี ๑ หลานสาวชื่อ วิสาขา ๑ ทาสชื่อ ปุณณะ ๑ จึงเสด็จไปสู่ภัททิยนคร ประทับอยู่ในชาติยาวัน เมณฑกเศรษฐีได้สดับการเสด็จมาของพระศาสดาแล้ว

5-09 บุพกรรมของนางวิสาขา

ครั้งพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปุทุมุตตระ นางวิสาขาบังเกิดในเรือนสกุลกรุงหังสวดี ต่อมา ขณะกำลังฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา เห็นพระศาสดาทรงสถาปนาอุบาสิกาผู้หนึ่งไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นเลิศกว่าพวกอุบาสิกาผู้ยินดีในการถวายทาน จึงทำกุศลให้ยิ่งยวดขึ้นไป ปรารถนาตำแหน่งนั้น นางเวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ถึงแสนกัป ภาพถ่ายทางอากาศแม่น้ำเนรัญชรา

5-10 นางวิสาขาบรรลุโสดาบัน

ในพุทธุปบาทกาลนี้ นางวิสาขาบังเกิดในครรภ์ของนางสุมนเทวี ภริยาหลวงของธนัญชัยเศรษฐี บุตรของเมณฑกเศรษฐีภัททิยนคร แคว้นอังคะ บิดามารดาได้ตั้งชื่อนางว่า วิสาขา ป้ายแสดงสถานที่ตั้งบุปพาราม เมืองสาวัตถี

5-11 ทรงแสดงธรรมของหญิงเมื่อไปสู่สกุลสามีแก่บุตรีของอุคคหเศรษฐี

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ชาติยาวัน ใกล้เมืองภัททิยะ ครั้งนั้นแล ท่านอุคคหเศรษฐีผู้เป็นหลานท่านเมณฑกเศรษฐีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่อันควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุ ๓ รูป จงทรงรับภัตตาหารของข้าพระองค์ ในวันพรุ่งนี้”

5-17 ทรงจาริกไปแคว้นมัลละพร้อมภิกษุ ๕๐๐ รูป

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จเที่ยวจาริกไปในแคว้นมัลละ พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๕๐๐ รูป ได้เสด็จถึงนครของพวกมัลลกษัตริย์ อันมีนามว่า ปาวา ได้ยินว่า สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ สวนมะม่วงของนายจุนทกัมมารบุตร เขตนครปาวา ทิวทัศน์อินเดียชนบท

9-01 ทรงเปรียบสิ่งที่ตรัสรู้มีมากเหมือนใบไม้บนต้น

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ สีสปาวัน ใกล้เมืองโกสัมพี ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงถือใบประดู่ลาย ๒-๓ ใบด้วยฝ่าพระหัตถ์ แล้วตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมา แล้วตรัสถามว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ใบ ประดู่ลาย ๒-๓ ใบที่เราถือด้วยฝ่ามือกับใบที่บนต้น ไหนจะมากกว่ากัน ซากโบราณสถาน เมืองโกสัมพี

9-02 ภิกษุชาวโกสัมพีวิวาทกัน

โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตพระนครโกสัมพี ครั้งนั้น ยังมีภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติแล้ว มีความเห็นในอาบัตินั้นว่าเป็นอาบัติ แต่ภิกษุเหล่าอื่นมีความเห็นในอาบัตินั้นว่าไม่เป็นอาบัติ สมัยต่อมา ภิกษุรูปนั้นกลับมีความเห็นใน อาบัตินั้นว่าไม่เป็นอาบัติ เสาอโศกโฆสิตาราม นครโกสัมพี

9-03 ทรงติเตียนและห้ามภิกษุชาวโกสัมพีไม่ให้วิวาทกัน

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายเกิดความบาดหมาง เกิดความทะเลาะ ถึงการ วิวาทกัน ย่อมแสดงกายกรรม วจีกรรม อันไม่สมควรต่อกันและกัน ทำปรามาสกันด้วยมือ ในโรงภัตร ในละแวกบ้าน คนทั้งหลายเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตรทั้งหลาย จึงได้เกิดความบาดหมาง เกิดความทะเลาะ ถึงการวิวาท แสดงกายกรรม วจีกรรม อันไม่สมควรต่อกันและกัน

9-04 ตรัสเวรุปสมคาถาแก่ภิกษุที่วิวาทกัน

ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสกแล้ว ทรงถือบาตรจีวร เสด็จเข้าพระนครโกสัมพีเพื่อบิณฑบาต เสด็จเที่ยวบิณฑบาตในพระนครโกสัมพีแล้ว ครั้น เวลาบ่าย เสด็จกลับจากบิณฑบาต ทรงเก็บเสนาสนะถือบาตรจีวร ประทับยืนท่ามกลางพระสงฆ์ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ ว่าดังนี้ เมืองโกสัมพี

9-05 เสด็จพาลกโลณการกคาม

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคกำลังประทับอยู่ท่ามกลางสงฆ์ตรัสพระคาถาเหล่านี้แล้ว เสด็จพระพุทธดำเนินไปทางบ้านพาลกโลณการกคาม ก็สมัยนั้น ท่านพระภคุพักอยู่ที่บ้านพาลกโลณการกคาม ได้แลเห็นพระผู้มีพระภาคกำลังเสด็จพระพุทธดำเนินมาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้ว ได้จัดที่ประทับ ตั้งน้ำล้างพระบาท ตั่งรองพระบาท กระเบื้องเช็ดพระบาท ไปรับเสด็จ รับบาตร จีวร เมืองโกสัมพี

9-06 ทรงแสดงเหตุปัจจัยให้สมาธิเคลื่อนแก่พระอนุรุทธะ

พระผู้มีพระภาคตรัสกับพระอนุรุทธะว่า "ดีละ ๆ อนุรุทธะ ก็พวกเธอผู้ไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่อย่างนี้ ย่อมมีคุณวิเศษคือ ญาณทัสสนะอันประเสริฐ สามารถกว่าธรรมของมนุษย์อันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่สบายอันได้บรรลุแล้วหรือ" แม่น้ำยมุนา ข้างกำแพงเมืองโกสัมพี

10-01 ช้างใหญ่ปาริไลยกะอุปฐากพระผู้มีพระภาค

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จไปในที่สงัดทรงหลีกเร้นอยู่ ได้มีความปริวิตกแห่งพระทัยเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อนเราวุ่นด้วยภิกษุชาวเมืองโกสัมพีที่ก่อความบาดหมาง ก่อการทะเลาะ ก่อการวิวาท ทำความอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์เหล่านั้น อยู่ไม่สำราญเลย เดี๋ยวนี้ เราว่างเว้นจากภิกษุชาวเมืองโกสัมพีเหล่านั้น อยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อน เป็นสุขสำราญดี”

16-1 หัตถราชกุมารทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าทรงมีความสุขหรือ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่บนที่ลาดใบไม้ ในสีสปาวัน ข้างทางโค ใกล้เมืองอาฬวี ครั้งนั้นแล หัตถกราชกุมารชาวเมืองอาฬวี เที่ยวเดินพักผ่อนอยู่ เมื่อกำลังเดินพักผ่อน ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งอยู่บนที่ลาดใบไม้ในป่าสีสปาวันข้างทางโค ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

44-02 พระเจ้าปเสนทิโกศลสรรเสริญพระผู้มีพระภาคด้วยพระวาจาเคารพธรรม

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิคมของพวกเจ้าศากยะอันมีชื่อว่า เมทฬุปะ ในแคว้นสักกะ ก็สมัยนั้นแล พระเจ้า ปเสนทิโกศลเสด็จไปถึงนครกนิคมด้วยพระราชกรณียะบางอย่าง ครั้งนั้น ท้าวเธอรับสั่งกะทีฆการายนะเสนาบดีว่า “ดูกรการายนะผู้สหาย ท่านจงเทียมยานที่ดี ๆ ไว้ เราจะไปดูภูมิภาคอันดีในพื้นที่อุทยาน” เสาอโศกสถานที่ประสูติพระพุทธเจ้ากกุสันธะ

46-01 พระมหากัสสปะสังคายนาพระธรรมวินัยเหตุเพราะพระสุภัททวุฑฒบรรพชิต

ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปชี้แจงแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลาย ครั้งหนึ่ง เราออกจากเมืองปาวาเดินทางไกล ไปเมืองกุสินารากับภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ รูป ครั้งนั้น เราแวะจากทาง นั่งพักอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง อาชีวกผู้หนึ่งถือดอกมณฑารพในเมืองกุสินาราเดินทางไกลมาสู่เมืองปาวา เราได้เห็นอาชีวกนั้นเดินมาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้วได้ถามอาชีวกนั้นว่า

46-09 มเหสีพระเจ้าอุเทนถวายผ้า ๕๐๐ ผืน แก่พระอานนท์

ครั้งนั้น พระเจ้าอุเทนกับพระมเหสีประทับอยู่ในพระราชอุทยานพร้อมด้วยข้าราชบริพาร พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนได้สดับข่าวว่า พระคุณเจ้าอานนท์ อาจารย์ของพวกเรา นั่งอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่งใกล้พระราชอุทยาน จึงกราบทูลพระเจ้าอุเทนว่า "ขอเดชะ ข่าวว่า พระคุณเจ้าอานนท์ เมืองโกสัมพี

46-10 พระอานนท์ลงพรหมทัณฑ์พระฉันนะ

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เข้าไปยังวัดโฆสิตาราม ครั้นแล้ว นั่งบนอาสนะที่เขาปูลาดไว้ ท่านพระฉันนะเข้าไปหาท่านพระอานนท์ อภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระอานนท์ได้กล่าวกะท่านพระฉันนะว่า .ท่านฉันนะ สงฆ์ลงพรหมทัณฑ์แก่ท่านแล้ว" "ท่านพระอานนท์ ก็พรหมทัณฑ์เป็นอย่างไร" โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี