พุทธธรรมเปลี่ยนโลก

17-5 ทรงแสดงชื่อพระปัจเจกพุทธเจ้า



ภูเขาอิสิคิลิ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ภูเขาอิสิคิลิ เขตพระนครราชคฤห์ สมัยนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย"

ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสถามดังนี้ว่า

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาเราทั้งหลายนี่ พวกเธอแลเห็น ภูเขาเวภาระ นั่นหรือไม่"

ภิกษุเหล่านั้นทูลว่า

"เห็น พระพุทธเจ้าข้า"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภูเขาเวภาระนั่นแล มีชื่อเป็นอย่างหนึ่ง มีบัญญัติเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอแลเห็น ภูเขาปัณฑวะ นั่นหรือไม่"

"เห็น พระพุทธเจ้าข้า"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ภูเขาปัณฑวะนั่นแล ก็มีชื่อเป็นอย่างหนึ่ง มีบัญญัติเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอแลเห็น ภูเขาเวปุลละ นั่นหรือไม่"

"เห็น พระพุทธเจ้าข้า"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ภูเขาเวปุลละนั่นแล ก็มีชื่อเป็นอย่างหนึ่ง มีบัญญัติเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอแลเห็น ภูเขาคิชฌกูฏ นั่นหรือไม่"

"เห็น พระพุทธเจ้าข้า"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ภูเขาคิชฌกูฏนั่นแล ก็มีชื่อเป็นอย่างหนึ่ง มีบัญญัติเป็นอีกอย่างหนึ่ง

ภูเขากลืนฤาษี

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอแลเห็น ภูเขาอิสิคิลิ นี้หรือไม่"

"เห็น พระพุทธเจ้าข้า"

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่ภูเขาอิสิคิลินี้แล มีชื่อก็เช่นนี้ มีบัญญัติก็ เช่นนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว พระปัจเจกพุทธ ๕๐๐ องค์ ได้อาศัยอยู่ที่ภูเขาอิสิคิลินี้มานาน พระปัจเจกพุทธเหล่านั้น เมื่อกำลังเข้าไปสู่ภูเขานี้ คนแลเห็น แต่ท่านเข้าไปแล้ว คนไม่แลเห็น

มนุษย์ทั้งหลายเห็นเหตุดังนี้นั้น จึงพูดกันอย่างนี้ว่า ภูเขาลูกนี้กลืนกินฤาษีเหล่านี้

ชื่อว่า อิสิคิลิ นี้แล จึงได้เกิดขึ้น

ชื่อพระปัจเจกพุทธเจ้า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักบอก จักระบุ จักแสดงชื่อของพระปัจเจกพุทธทั้งหลาย พวกเธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าวต่อไป"

ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า

"ชอบแล้ว พระพุทธเจ้าข้า"

พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระปัจเจกสัมพุทธชื่ออริฏฐะ ๑ ชื่ออุปริฏฐะ ๑ ชื่อตครสิขี ๑ ชื่อยสัสสี ๑ ชื่อสุทัสสนะ ๑ ชื่อปิยทัสสี ๑ ชื่อคันธาระ ๑ ชื่อปิณโฑละ ๑ ชื่ออุปาสภะ ๑ ชื่อนิถะ ๑ ชื่อตถะ ๑ ชื่อสุตวา ๑ ชื่อภาวิตัตตะ ๑ ได้อาศัยอยู่ที่ภูเขาอิสิคิลินี้มานาน

เธอทั้งหลายจงฟัง เราระบุชื่อของท่านที่มีธรรมเป็นสาระกว่าสัตว์ ไม่มีทุกข์ หมดความอยาก ได้บรรลุโพธิญาณอย่างดีเฉพาะตนผู้เดียว ผู้ปราศจากลูกศร สูงกว่านรชน ต่อไปเถิด

พระปัจเจกพุทธ ผู้มีตัณหาเครื่องนำไปในภพสิ้นแล้ว คือ

อริฏฐพุทธ ๑
อุปริฏฐพุทธ ๑
ตครสิขีพุทธ ๑
ยสัสสีพุทธ ๑
สุทัสสนพุทธ ๑
ปิยทัสสีพุทธ ๑
คันธารพุทธ ๑
ปิณโฑลพุทธ ๑
อุปาสภพุทธ ๑
นิถพุทธ ๑
ตถพุทธ ๑
สุตวาพุทธ ๑
ภาวิตัตตพุทธ ๑
สุมภพุทธ ๑
สุภพุทธ ๑
เมถุลพุทธ ๑
อัฏฐมพุทธ ๑
อัสสุเมฆพุทธ ๑
อนิฆพุทธ ๑
สุทาฐพุทธ ๑

พระปัจเจกพุทธ ผู้มีอานุภาพมาก คือ

หิงคูพุทธ ๑
หิงคพุทธ ๑
พระมุนีชื่อชาลีมี ๒ องค์ และอัฏฐกพุทธ ๑
โกสัลลพุทธ ๑
อถพุทธ ๑
สุพาหุพุทธ ๑
อุปเนมิพุทธ ๑
เนมิพุทธ ๑
สันตจิตตพุทธ ๑
สัจจพุทธ ๑
ตถพุทธ ๑
วิรชพุทธ ๑
ปัณฑิตพุทธ ๑
กาฬพุทธ ๑
อุปกาฬพุทธ ๑
วิชิตพุทธ ๑
ชิตพุทธ ๑
อังคพุทธ ๑
ปังคพุทธ ๑
คุติจฉิตพุทธ ๑
ปัสสีพุทธ ๑ ได้ละอุปธิอันเป็นมูลแห่งทุกข์แล้ว
อปราชิตพุทธ ได้ชนะมารและพลมาร
สัตถาพุทธ ๑
ปวัตตาพุทธ ๑
สรภังคพุทธ ๑
โลมหังสพุทธ ๑
อุจจังคมายพุทธ ๑
อสิตพุทธ ๑
อนาสวพุทธ ๑
มโนมยพุทธ ๑
พันธุมาพุทธ ๑ ผู้ตัดมานะได้
ตทาธิมุตพุทธ ๑
วิมลพุทธ ๑
เกตุมาพุทธ ๑
เกตุมพราคพุทธ ๑
มาตังคพุทธ ๑
อริยพุทธ ๑
อัจจุตพุทธ ๑
อัจจุตคามพยามกพุทธ ๑
สุมังคลพุทธ ๑
ทัพพิลพุทธ ๑
สุปติฏฐิตพุทธ ๑
อสัยหพุทธ ๑
เขมาภิรตพุทธ ๑
โสรตพุทธ ๑
ทุรันนยพุทธ ๑
สังฆพุทธ ๑
อุชชยพุทธ ๑
พระมุนีชื่อสัยห อีกองค์หนึ่ง ผู้มีความเพียรไม่ทราม
พระพุทธ ชื่ออานันทะ ชื่อนันทะ ชื่ออุปนันทะ ๑๒ องค์
และภารทวาชพุทธ ผู้ทรงร่างกายในภพสุดท้าย
โพธิพุทธ ๑
มหานามพุทธ ๑
อุตตรพุทธ ๑
เกสีพุทธ ๑
สิขีพุทธ ๑
สุนทรพุทธ ๑
ภารทวาชพุทธ ๑
ติสสพุทธ ๑
อุปติสสพุทธ ๑ ผู้ตัดกิเลสเครื่องผูกในภพได้
อุปสีทรีพุทธ และสีทรีพุทธ ผู้ตัดตัณหาได้
มังคลพุทธ เป็นผู้ปราศจากราคะ
อุสภพุทธ ผู้ตัดข่ายอันเป็นมูลแห่งทุกข์
อุปณีตพุทธ ได้บรรลุบทอันสงบ
อุโปสถพุทธ ๑
สุนทรพุทธ ๑
สัจจนามพุทธ ๑
เชตพุทธ ๑
ชยันตพุทธ ๑
ปทุมพุทธ ๑
อุปปลพุทธ ๑
ปทุมุตตรพุทธ ๑
รักขิตพุทธ ๑
ปัพพตพุทธ ๑
มานัตถัทธพุทธ ๑
โสภิตพุทธ ๑
วีตราคพุทธ ๑
กัณหพุทธ ๑ ผู้มีจิตพ้นวิเศษดีแล้ว

พระปัจเจกพุทธผู้มีอานุภาพมากเหล่านี้และอื่น ๆ มีตัณหาเครื่องนำไปในภพสิ้นแล้ว


เธอทั้งหลายจงไหว้พระปัจเจกพุทธเหล่านั้น ผู้ล่วงเครื่องข้องทั้งปวงได้แล้ว ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ผู้มีคุณนับไม่ถ้วน ผู้ปรินิพพานแล้วเถิด

 

 

อ้างอิง : อิสิคิลิสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๔ ข้อที่ ๒๔๗-๒๕๑ หน้า ๑๔๑-๑๔๔