อุคคหสูตร - หน้าที่ของภรรยา



สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ชาติยาวัน ใกล้เมืองภัททิยะ ครั้งนั้นแล ท่านอุคคหเศรษฐีผู้เป็นหลานท่านเมณฑกเศรษฐีได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่อันควรส่วนข้างหนึ่ง  ครั้นแล้วได้กราบทูลว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุ ๓ รูป จงทรงรับภัตตาหารของข้าพระองค์ ในวันพรุ่งนี้”

พระผู้มีพระภาคทรงรับด้วยดุษณีภาพ ท่านอุคคหเศรษฐีทราบว่า พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์แล้ว จึงลุกจากอาสนะ ถวายบังคมทำประทักษิณแล้วหลีกไป


ครั้งนั้นแล พอล่วงราตรีนั้นไป เป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ถือบาตรจีวร เสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของท่านอุคคหเศรษฐี ประทับนั่งบนอาสนะที่เขาแต่งตั้งไว้ 

ครั้งนั้น ท่านอุคคหเศรษฐีหลานของเมณฑกเศรษฐี ได้อังคาสพระผู้มีพระภาคให้อิ่มหนำสำราญ ด้วยขาทนียโภชนียาหารอย่างประณีตด้วยมือของตนเอง

เมื่อทราบว่าพระผู้มีพระภาคทรงเสวยเสร็จแล้ว ทรงลดพระหัตถ์จากบาตรแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กุมารีเหล่านี้ของข้าพระองค์ จักไปอยู่สกุลสามี

ขอพระผู้มีพระภาคทรงกล่าวสอน ทรงพร่ำสอนกุมารีเหล่านั้น ซึ่งจะพึงเป็นประโยชน์สุขแก่กุมารีเหล่านั้นตลอดกาลนาน”

พระผู้มีพระภาคจึงตรัสสอนกุมารีเหล่านั้นต่อไป ดังนี้ว่า

“ดูกรกุมารี เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า

มารดาบิดาของสามี
ที่เป็นผู้ปรารถนาประโยชน์...
หวังความเกื้อกูลอนุเคราะห์ด้วยความเอ็นดู

เราทั้งหลาย...
จักตื่นก่อนท่าน นอนทีหลังท่าน คอยรับใช้ท่าน
ประพฤติเป็นที่พอใจท่าน พูดคำเป็นที่รักต่อท่าน

ดูกรกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล

เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า

ชนเหล่าใด เป็นที่เคารพของสามี คือ
มารดา บิดาหรือสมณพราหมณ์

เราทั้งหลาย ...
จักสักการะ เคารพ นับถือ บูชา
เมื่อท่านมาถึงที่ก็จักต้อนรับด้วยที่นั่งหรือน้ำ

ดูกรกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล

เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า

การงานภายในบ้านของสามี คือ
การทำขนสัตว์ หรือการทำผ้า

เราทั้งหลายจัก...
เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในการงานนั้น ๆ
จักประกอบด้วยปัญญาเครื่องพิจารณา...
อันเป็นอุบายในการงานนั้น ๆ อาจทำ อาจจัด

ดูกรกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล 

เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า

เราทั้งหลาย...
จักรู้การงานที่อันโตชนภายในบ้านของสามี
คือ ทาส คนใช้ หรือกรรมกร...
ทำแล้ว...ว่าทำแล้ว ที่ยังไม่ได้ทำ...ว่ายังไม่ได้ทำ

จักรู้คนป่วยไข้ว่ามีกำลัง หรือไม่มีกำลัง
และจักแบ่งของเคี้ยวของบริโภคให้ตามเหตุที่ควร  

ดูกรกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล

เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า

เราทั้งหลาย...
จักยังทรัพย์ ข้าวเปลือก เงิน หรือทอง...
ที่สามีหามาได้ให้คงอยู่ ด้วยการรักษา คุ้มครอง

จักไม่เป็นนักเลงการพนัน ไม่เป็นขโมย
ไม่เป็นนักดื่ม ไม่ผลาญทรัพย์ให้พินาศ

ดูกรกุมารีทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล


ดูกรกุมารีทั้งหลาย มาตุคามผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายเทวดาเหล่ามนาปกายิกา

สุภาพสตรีผู้มีปรีชา
ย่อมไม่ดูหมิ่นสามีผู้หมั่นเพียร
ขวนขวายอยู่เป็นนิตย์ เลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ
ให้ความปรารถนาทั้งปวง

ไม่ทำสามีให้ขุ่นเคือง…
ด้วยประพฤติแสดงความหึงหวงสามี 
และย่อมบูชาผู้ที่เคารพทั้งปวงของสามี

เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้าน
สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามี

ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี
รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้


นารีใด ย่อมประพฤติตามความพอใจของสามีอย่างนี้ นารีนั้นย่อมเข้าถึงความเป็นเทวดาเหล่ามนาปกายิกา

 

 

อ้างอิง : อุคคหสูตร พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๒ ข้อที่ ๓๓ หน้า ๓๒-๓๓