4-10 พระพุทธบิดาสวรรคต



สถูปพระธาตุพระเจ้าสุทโธทนะ กรุงกบิลพัสดุ์

พระผู้มีพระภาคทรงทราบข่าวว่า พระพุทธบิดาประชวรหนัก ได้เสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์ และทรงแสดง อนิจจาทิธรรมสูตร แด่พระพุทธบิดาท่ามกลางพระภิกษุสงฆ์ พร้อมทั้งพระประยูรญาติ มีพระนางมหาปชาบดีโคตรมี เป็นต้น

เมื่อพระพุทธบิดาได้ทรงสดับตรับฟังแล้ว บรรลุพระอรหัตและเสด็จสวรรคต ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พระพุทธบิดาเสด็จสวรรคตแล้ว เกิดธรรมสังเวช จึงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า

“ท่านทั้งหลายจงมองซึ่งพระพุทธบิดาอันสวรรคตแล้ว อันว่าความตายนี้ ไม่เว้น ย่อมทำลายชีพแห่งสัตว์ทั่วสิ้นเป็นธรรมดา จะเลือกหน้าก็หามิได้”

ในขณะนั้น พระประยูรญาติและพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ต่างก็โศกาพิลาป ปริเวทนาการ

พระผู้มีพระภาคทรงตรัสระงับความโศกาด้วยพระธรรมกถา อนิจจกถา แล้วทรงตรัสเรียกท่านพระมหากัสปะเถระให้เป็นธุระในการจัดเตรียมที่จะถวายพระเพลิงพระบรมศพ คือ จิตกาธานว่า

“ตถาคตกำหนดจะถวายพระเพลิงพระมหาบพิตรพุทธบิดา ขอให้ท่านหาสถานที่อันควรแก่การฌาปนกิจนั้นเถิด”

ท่านพระมหากัสปะรับพุทธฏีกาแล้ว พร้อมกับทั้งภิกษุและกษัตริย์ศากกายะราชวงศ์ พร้อมหมู่มหาชน ก็ไปสู่สถานที่อันควรจะกระทำการถวายพระเพลิง แล้วจัดแจงทำเชิงตะกอน ในขณะนั้น มีเหล่าเทพเทวดาในหมื่นโลกธาตุ มีท้าวสักกะเป็นประธาน ได้นำทิพย์กุฎาคารอันประกอบด้วยยอด ๕๐๐ ยอด กับทั้งวัตถุต่าง ๆ มีทิพย์จันทน์สุคันธชาติ มาร่วมทำจิตกาธานด้วย เมื่อพระมหาเถระทำจิตกาธานเสร็จแล้ว ก็กลับไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาคก็ทรงประกอบพิธีสรงนํ้าพระบรมศพ โดยทรงยกพระเศียรศพพระบิดาด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ แล้วทรงนำนํ้าสุคนธ์สรงพระบรมศพ พลางตรัสกับท่านพระสารีบุตรว่า

“บุคคลใดมีจิตปรารถนาพระโพธิญาณ จงอุตสาหะ อภิบาลบำรุงบิดามารดา ประพฤติกุศลสุจริตธรรม จักสมปรารถนาทุกประการ”

ท่านพระสารีบุตรก็สรงนํ้าพระบรมศพเช่นเดียวกัน หลังจากที่สรงนํ้าพระบรมศพแล้ว พระผู้มีพระภาคก็ทรงยกพระบรมศพพระบิดาใส่ลงในหีบแก้ว แล้วทรงยกพระหีบศพด้วยพระองค์เองไปสู่จิตกาธาน

ต่อจากนั้น ท้าวสักกะก็ทำการประทักษิณพระบรมศพรอบจิตกาธาน เสร็จแล้วจึงนำแก้วมณีมา ปรารถนาจะถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสห้ามว่า

“ดูกรท้าวเทวราช อย่าเพึ่งถวายพระเพลิงก่อนตถาคต เราจะทำการฌาปนกิจพุทธบิดาก่อนท่านทั้งปวง”

แล้วทรงถือแก้วมณีโชติจากพระหัตถ์ท้าวสักกะมาจุดพระเพลิง เหล่าเทพอันมีท้าวสักกะเป็นประธานก็ถวายพระเพลิง พร้อมทั้งขัตติยวงศ์ศากยราชและหมู่สนม มีพระนางมหาประชาบดีโคตรมีเป็นประธานก็ถวายพระเพลิง

ในการจัดพิธีกรรมพระบรมศพพระพุทธบิดานี้ ได้มีบรรดาขัตติยกษัตริย์บริวารทั้ง ๖ พระนคร คือ กรุงกบิลพัสดุ์ กรุงเทวทหะ กรุงโกลิยนคร กรุงสักกนคร กรุงสุปวาสนคร และกรุงเวรนคร ต่างก็อาวรณ์แสนโศกเศร้าปริเวทนา ต่างก็มาสโมสรสันนิบาต ต่างประกาศร่วมกันทำ