พุทธธรรมเปลี่ยนโลก

7-02 พระนางมหามายาสำเร็จโสดาปัตติผล



ภาพถ่ายทางอากาศ เนินคันฑามพฤกษ์

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคประทับนั่งในท่ามกลางเทวบริษัท ทรงปรารภพระมารดาเริ่มตั้งอภิธรรมปิฎกว่า

“กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา อัพยากตา ธัมมา”  ดังนี้เป็นต้น 

ทรงแสดงอภิธรรมปิฎกโดยนัยนี้เรื่อยไปตลอด ๓ เดือน ก็แลทรงแสดงธรรมอยู่ ในเวลาภิกษาจารทรงนิรมิตพระพุทธนิรมิต ด้วยทรงอธิษฐานว่า

“พุทธนิรมิตนี้ จงแสดงธรรมชื่อเท่านี้ จนกว่าเราจะมา”

แล้วเสด็จไปป่าหิมพานต์ ทรงเคี้ยวไม้สีฟันชื่อ นาคลตา บ้วนพระโอษฐ์ที่สระอโนดาต นำบิณฑบาตมาแต่อุตตรกุรุทวีป ได้ประทับนั่งทำภัตกิจในโรงกว้างใหญ่แล้ว พระสารีบุตรเถระไปทำวัตรแด่พระผู้มีพระภาค

ในที่นั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำภัตกิจแล้ว ตรัสแก่พระเถระว่า

“สารีบุตร วันนี้เราภาษิตธรรมชื่อเท่านี้ เธอจงบอกแก่ภิกษุ ๕๐๐ นิสิตของเธอ”

กุลบุตร ๕๐๐ เลื่อมใสยมกปาฏิหาริย์ บวชแล้วในสำนักของพระสารีบุตรเถระ พระผู้มีพระภาคตรัสทรงหมายเอาภิกษุเหล่านั้น

ก็แลครั้นตรัสแล้ว เสด็จไปสู่เทวโลก ทรงแสดงธรรมเองต่อจากที่พระพุทธนิรมิตแสดง แม้พระเถระก็ไปแสดงธรรมแก่ภิกษุเหล่านั้น ภิกษุเหล่านั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จอยู่ในเทวโลกนั้นแล ได้เป็นผู้ชำนาญในปกรณ์ ๗ แล้ว

ได้ยินว่า ในกาลแห่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสป ภิกษุเหล่านั้นเป็นค้างคาวหนู ห้อยอยู่ที่เงื้อมแห่งหนึ่ง เมื่อพระเถระ ๒ รูป จงกรมแล้วท่องอภิธรรมอยู่ ได้ฟังถือเอานิมิตในเสียงแล้ว

ค้างคาวเหล่านั้นไม่รู้ว่า “เหล่านั้น ชื่อว่าขันธ์ เหล่านี้ ชื่อว่าธาตุ” ด้วยเหตุสักว่าถือเอานิมิตในเสียงเท่านั้น จุติจากอัตภาพนั้น แล้วเกิดในเทวโลกเสวยทิพยสมบัติสิ้นพุทธันดรหนึ่ง จุติจากเทวโลกนั้นแล้ว เกิดในเรือนตระกูลในกรุงสาวัตถี เกิดความเลื่อมใสในยมกปาฏิหาริย์ บวชในสำนักของพระเถระแล้ว ได้เป็นผู้ชำนาญในปกรณ์ ๗ ก่อนกว่าภิกษุทั้งปวง แม้พระผู้มีพระภาคก็ทรงแสดงอภิธรรมโดยทำนองนั้นแล ตลอด ๓ เดือนนั้น

ในกาลจบเทศนา ธรรมาภิสมัยได้มีแก่เทวดา ๘ หมื่นโกฏิ แม้พระนางมหามายาก็ตั้งอยู่แล้วในโสดาปัตติผล

 

 

อ้างอิง : อรรถกถา คาถาธรรมบท พุทธวรรคที่ ๑๔ ยมกปาฏิหาริย์